วิธีตั้งค่าขนส่ง Seller own fleet Shopee

Seller Own Fleet คืออะไร?

Seller Own Fleet คือรูปแบบการจัดส่งที่ ร้านค้าจัดการขนส่งเอง โดยไม่ผ่านบริษัทขนส่งของ Shopee ระบบ Marketplace จะไม่คำนวณค่าส่งให้ และร้านต้องรับผิดชอบทั้ง ระยะเวลาจัดส่ง, เลขพัสดุ และการอัปเดตสถานะทั้งหมดเอง

เหมาะกับร้านแบบไหน?

เหมาะกับ: ร้านที่มีแมสเซนเจอร์หรือรถร้านส่งของเองในพื้นที่ / ใช้ขนส่งท้องถิ่นและต้องการควบคุมต้นทุนค่าส่ง

ไม่เหมาะกับ: ร้านที่ส่งช้า ไม่มีระบบตามพัสดุ หรือทีมยังไม่พร้อมดูแลหลังบ้าน

วิธีเข้าใช้งานใน XSelly

แอป XSelly: เมนู “การเชื่อมต่อ” > “ช่องทางขาย”

เว็บไซต์: เข้า https://app.xselly.com > เมนูซ้าย “การเชื่อมต่อ” > “ช่องทางขาย”

เข้าหน้าช่องทางขาย

  1. ไปที่เมนู การเชื่อมต่อ > เลือก ช่องทางขาย Shopee
  2. เลือกร้านค้า Shopee ที่ต้องการตั้งค่า
  3. คลิกไอคอน ⚙️ (ฟันเฟือง) ของร้านค้านั้น

วิธีตั้งค่าเปิดใช้งาน Seller Own Fleet (4 ขั้นตอน)

ขั้นตอนที่ 1 — เปิดการแจ้งเลขพัสดุไปยังช่องทางขาย

เปิดสวิตช์ “แจ้งเลขพัสดุไปที่ช่องทางขาย (Seller Own Fleet)”

📌 สำคัญ: เพื่อให้ Shopee รับรู้ว่าจัดส่งแล้ว สถานะออเดอร์จะเปลี่ยนเป็น “จัดส่งแล้ว” โดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 2 — ตั้งค่าออกเลขพัสดุจาก XShipping

เปิดสวิตช์ “ออกเลขพัสดุจาก XShipping”

📌 ใช้กรณีร้านจัดส่งเองด้วยแมสเซนเจอร์ / รถร้าน / ขนส่งนอกระบบ แต่ยังต้องการเลขพัสดุไว้แจ้งระบบ

ขั้นตอนที่ 3 — เลือกรูปแบบขนส่ง

แบบไม่เก็บเงินปลายทาง: เลือกรูปแบบขนส่งที่ต้องการออกเลขพัสดุ เช่น ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS)

แบบเก็บเงินปลายทาง (COD): เลือกรูปแบบขนส่ง เช่น ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) [COD]

ขั้นตอนที่ 4 — ตรวจสอบที่อยู่ผู้ส่ง

ตรวจสอบ ชื่อร้าน / ที่อยู่ / เบอร์โทร ให้ถูกต้อง เพราะข้อมูลนี้จะใช้เป็นที่อยู่หน้าพัสดุและข้อมูลอ้างอิงกรณีลูกค้าติดต่อเรื่องการจัดส่ง

ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมจาก Shopee

อัตราค่าจัดส่ง Standard Delivery

ค่าจัดส่งคำนวณ ต่อ 1 กล่องพัสดุ ตามน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักที่ระบุในสินค้า (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยมีข้อควรระวังดังนี้:

  • สินค้าน้ำหนักเกิน 20 กก. ในช่อง Standard Delivery อาจถูกปฏิเสธรับหรือถูกคิดค่าปรับ 50 บาท/กก. ส่วนที่เกิน — แนะนำให้เปิดใช้ Standard Delivery Bulky แทน
  • พื้นที่ห่างไกล (รหัสไปรษณีย์เฉพาะ) มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 50 บาท
  • กรณีนัดรับสินค้า (Pick Up) น้อยกว่า 6 ออเดอร์/วัน จะมีค่าบริการเข้ารับ 30 บาท/วัน
  • หากเชื่อว่าน้ำหนักที่ชั่งไม่ถูกต้อง สามารถยื่นขอคำนวณใหม่ได้ภายใน 90 วัน ผ่าน Seller Solution Form

🔗 ดูตารางอัตราค่าจัดส่ง Standard Delivery ฉบับเต็ม

การจัดส่งหลายกล่องในออเดอร์เดียว (Multiple Parcels)

หากส่งสินค้ามากกว่า 1 กล่องต่อ 1 ออเดอร์ ร้านต้องรับผิดชอบ ค่าจัดส่งทุกกล่องตามจริง โดย Shopee จะหักค่าส่งส่วนต่างจาก Seller Balance อัตโนมัติภายใน 120 วัน

ตัวอย่าง: ออเดอร์ A มี 3 กล่อง น้ำหนัก 3, 5, 7 กก. (กรุงเทพฯ-กรุงเทพฯ) → ค่าส่ง = 42 + 55 + 75 = 172 บาท

คำแนะนำเพื่อลดต้นทุน:

  • ใช้กล่องขนาดไม่เกินข้อจำกัดของขนส่ง (Standard Delivery: แต่ละด้านไม่เกิน 100 ซม., รวม 3 ด้านไม่เกิน 180 ซม.)
  • ระบุน้ำหนักและขนาดสินค้าให้ถูกต้องใน Seller Center
  • ใช้ฟีเจอร์ แยกคำสั่งซื้อ (Split Order) หากสินค้าไม่สามารถบรรจุในกล่องเดียวได้

🔗 อ่านรายละเอียดนโยบาย Multiple Parcels

ฟีเจอร์แยกคำสั่งซื้อด้วยตนเอง (Multi-Parcel Order)

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ร้านสามารถแบ่งออเดอร์เป็นหลายกล่องอย่างถูกต้อง โดยระบบจะออกเลขพัสดุแยกรายกล่อง ต้องลงทะเบียนขอเปิดใช้งานก่อน

เงื่อนไขการใช้งาน:

  • ต้องแยกคำสั่งซื้อ ก่อนกดนัดรับ เท่านั้น — หลังกดนัดรับแล้วจะแก้ไขไม่ได้
  • รองรับเฉพาะช่องทาง Standard Delivery และ Standard Delivery Bulky
  • สามารถแยกได้: สินค้าชิ้นเดียวกัน ≥ 2 ชิ้น, สินค้าต่างรายการ, สินค้าในโปรโมชั่น Bundle/Add-on/Gift
  • ไม่สามารถแยกได้ถ้าผู้ซื้อปลายทางอยู่ต่างประเทศ
  • พิมพ์ใบปะหน้าทุกแผ่นและติดบนกล่องตามที่แยกไว้ — ห้ามระบุ [1/3], [2/3] บนกล่อง
  • ค่าส่งส่วนต่างที่เกิดจากการแยกพัสดุ ร้านต้องรับผิดชอบเอง
  • ออเดอร์จะได้รับเงินก็ต่อเมื่อ ทุกกล่องมีสถานะจัดส่งสำเร็จ
  • หากกล่องใดกล่องหนึ่งส่งล่าช้า จะนับเป็น Late Shipment ทั้งออเดอร์

การลงทะเบียน: ยื่นแบบฟอร์มขอเปิดใช้งาน — ตัดรอบทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน (ก่อน 10.00 น.)

🔗 อ่านรายละเอียดฟีเจอร์ Manual Split Order