การแยกส่วนประกอบของ "สินค้าประกอบ" (Component Separation)
คือกระบวนการนำสินค้าประกอบที่ประกอบไว้แล้ว (1 ชุด) แยกออกคืนเป็นสินค้าเดี่ยว และคืนสต๊อกให้แต่ละตัว
ตัวอย่าง เช่น ชานม 1 แก้ว ประกอบด้วย น้ำตาล / ชา / แก้ว / นม ซึ่งระบบจำเป็นต้องสามารถ "แยกส่วนประกอบ"
เพื่อบริหารสต๊อกสินค้าย่อยได้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่างสินค้าประกอบ
| สินค้า | สต๊อกเริ่มต้น | ประกอบด้วย |
|---|---|---|
| น้ำตาล | 10 ชิ้น | – |
| ชา | 10 ชิ้น | – |
| แก้ว | 10 ชิ้น | – |
| นม | 0 ชิ้น | – |
| ชานม 1 แก้ว | – | ใช้น้ำตาล 1, ช้อนชา 1, แก้ว 1, นม 1 |
อธิบาย:
เมื่อเราขายสินค้า “ชานม 1 แก้ว” จำนวน 1 ชิ้น ระบบจะทำการ “แยกส่วนประกอบ” โดยไปตัดสต๊อกของสินค้าย่อยดังนี้
- น้ำตาล -1
- ชา -1
- แก้ว -1
- นม -1
ผลลัพธ์หลังขาย 1 แก้ว คือ
| สินค้า | สต๊อกคงเหลือ |
|---|---|
| น้ำตาล | 9 |
| ชา | 9 |
| แก้ว | 9 |
| นม | -1 (ติดลบ เนื่องจากไม่มีสต๊อก) |
เมื่อขาย “ชานม ” 1แก้ว ระบบจะไปตัดสต๊อกสินค้าย่อยอัตโนมัติทั้งหมดตามจำนวนที่กำหนด
ทำให้คุณสามารถควบคุม สต๊อกสินค้าแบบรวมและแบบย่อยได้พร้อมกัน ช่วยลดความซ้ำซ้อนและความคลาดเคลื่อนในการนับสต๊อก
ประเภทสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแยกส่วนประกอบ
| คุณสมบัติ | สินค้าเดี่ยว | สินค้าเซต | สินค้าประกอบ |
|---|---|---|---|
| ปรับสต๊อกเอง | ✅ ได้ | ❌ ไม่ได้ | ✅ ได้ |
| เพิ่มสต๊อกจากการประกอบ | ❌ ไม่ได้ | ❌ ไม่ได้ | ✅ ได้ |
| เพิ่มสต๊อกจากการแยก | ✅ ได้ | ❌ ไม่ได้ | ❌ ไม่ได้ |
สรุป:
- สินค้าเดี่ยว (Single Product) → สินค้าขายแยกชิ้น มีสต๊อกของตัวเอง ปรับเพิ่ม/ลดสต๊อกได้โดยตรง
- สินค้าเซต (Bundle Product) → ใช้สำหรับการขายหลายชิ้นในราคาพิเศษ เช่น “ชุดเซต 3 ชิ้น” แต่ไม่มีการแยกสต๊อกย่อย
- สินค้าประกอบ (Assembled Product) → ใช้เมื่อสินค้าหนึ่งชิ้นประกอบด้วยสินค้าย่อยหลายรายการ เช่น “ชานม 1 แก้ว” ที่มีส่วนประกอบ 4 อย่าง
การคืนหรือเพิ่มสินค้าหลังจากแยกสินค้าประกอบ
ถ้าเรา “แยกสินค้า” ออกมาแล้ว สินค้าเดี่ยวจะถูกคืนเข้าสต๊อกอัตโนมัติ ส่วนสินค้าประกอบจะลดลงตามจำนวนที่แยก
ตัวอย่าง
- เดิมมี “ชุดโต๊ะอาหารไม้” 5 ชุด
- แยกออก 2 ชุด → เหลือในสต๊อก 3 ชุด
- ระบบจะเพิ่มโต๊ะไม้ +2 ตัว และเก้าอี้ไม้ +8 ตัว (เพราะ 4 ตัวต่อชุด)
ตัวอย่างการตัดสต๊อกจริง
| ประเภท | รายการ | ก่อนตัด | หลังตัด (ขาย 1 ชุด) |
|---|---|---|---|
| สินค้าประกอบ | ชุดโต๊ะอาหารไม้ | 5 ชุด | 4 ชุด |
| สินค้าเดี่ยว | โต๊ะไม้ | 20 ตัว | 20 ตัว (ไม่เปลี่ยน) |
| สินค้าเดี่ยว | เก้าอี้ไม้ | 80 ตัว | 80 ตัว (ไม่เปลี่ยน) |
| ประเภท | รายการ | ก่อนแยก | หลังแยก (แยกออก 1 ชุด) |
|---|---|---|---|
| สินค้าประกอบ | ชุดโต๊ะอาหารไม้ | 4 ชุด | 3 ชุด |
| สินค้าเดี่ยว | โต๊ะไม้ | 20 ตัว | 21 ตัว |
| สินค้าเดี่ยว | เก้าอี้ไม้ | 80 ตัว | 84 ตัว |
คำแนะนำเพิ่มเติม : เวลาใช้ระบบจัดการสต๊อก แนะนำให้
✅ แยก SKU ของ “สินค้าประกอบ” กับ “สินค้าเดี่ยว” ชัดเจน
✅ ตั้งชื่อ SKU ให้เข้าใจง่าย เช่น SET-TABLE01 กับ TABLE01
✅ ทำการบันทึกการ “แยก” หรือ “ประกอบ” ทุกครั้ง เพื่อป้องกันสต๊อกคลาดเคลื่อน