6. วิธีตั้งค่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT PEAK (หากมีจดภาษีมูลค่าเพิ่ม Vat)

1. ประเภทของภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ “ราคาสินค้า”

ในระบบจะมีให้เลือก 3 แบบ:

  • รวม VAT แล้ว
  • VAT 0%
  • ไม่มี VAT

กรณีเลือก “รวม VAT แล้ว”

หมายความว่า ราคาที่แสดงในออเดอร์ เป็นราคาที่รวม VAT 7% อยู่แล้ว

ตัวอย่าง

หากราคาสินค้าใน XSelly = 100 บาท/หน่วย (รวม VAT แล้ว)
เมื่อส่งไปสร้างเอกสารที่ PEAK ระบบจะคำนวณเป็น:

  • ราคา/หน่วย (ก่อน VAT) = 93.46 บาท
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = 6.54 บาท
  • รวมสุทธิ = 100 บาท

สูตรที่ใช้คำนวณคือ
ราคาก่อน VAT = ราคาที่รวมแล้ว ÷ 1.07

2. ค่าจัดส่ง

สามารถเลือกประเภท VAT ได้เช่นเดียวกับราคาสินค้า:

  • รวม VAT แล้ว
  • VAT 0%
  • ไม่มี VAT

กรณีเลือก “รวม VAT แล้ว”

หากค่าจัดส่งใน XSelly = 50 บาท (รวม VAT แล้ว)
เมื่อส่งไป PEAK จะถูกแยกเป็น:

  • ค่าจัดส่งก่อน VAT = 46.73 บาท
  • VAT 7% = 3.27 บาท
  • รวม = 50 บาท

⚠️ สำคัญมาก
ถ้าร้านจด VAT ปกติ ค่าจัดส่งส่วนใหญ่ต้องคิด VAT ด้วย
อย่าตั้งเป็น “ไม่มี VAT” โดยไม่ตั้งใจ

3. ค่าอื่นๆ

เช่น:

  • ค่าธรรมเนียมเก็บเงินปลายทาง
  • ค่าบริการพิเศษ
  • ค่าห่อของขวัญ

ก็เลือกประเภท VAT ได้เหมือนกัน

กรณีเลือก “รวม VAT แล้ว”

ถ้า “ค่าอื่นๆ” = 50 บาท (รวม VAT แล้ว)
เมื่อส่งไป PEAK:

  • ยอดก่อน VAT = 46.73 บาท
  • VAT 7% = 3.27 บาท
  • รวม = 50 บาท

📌 หลักคิดเหมือนกับค่าสินค้าและค่าจัดส่ง

4. ส่วนลดท้ายบิล

“ส่วนลดท้ายบิล” คือ ส่วนลดที่หักจากยอดรวมทั้งออเดอร์

ระบบจะนำค่าตั้งค่านี้ไปใช้ เฉพาะกรณีที่ประเภท VAT ของ

  • ราคาสินค้า
  • ค่าจัดส่ง
  • ค่าอื่นๆ

❌ ไม่ตรงกัน

ถ้า VAT ของทั้ง 3 ส่วน “ตรงกัน”

ระบบจะส่งไป PEAK เป็น

“มูลค่าส่วนลดรวม” ตามปกติ

ถ้า VAT ไม่ตรงกัน

ระบบจะใช้ค่าตั้งค่าส่วนลดท้ายบิล
เพื่อให้เอกสารถูกต้องทางบัญชี

⚠️ แนะนำ
ถ้าเป็นไปได้ ควรตั้งประเภท VAT ให้ตรงกันทั้งระบบ จะได้ไม่ซับซ้อน

5. รหัสบัญชีสำหรับยอดปัดเศษ

บางออเดอร์อาจมี “ยอดปัดเศษ” เช่น 0.01 หรือ 0.02 บาท

ต้องกำหนด:

รหัสบัญชีที่มีอยู่แล้วในผังบัญชีของ PEAK

เพื่อให้ระบบสามารถสร้างเอกสารได้สมบูรณ์

ตัวอย่าง:

  • บัญชีรายได้อื่น
  • บัญชีส่วนต่างปัดเศษ

⚠️ ต้องเป็นรหัสที่สร้างไว้ใน PEAK แล้วเท่านั้น