1. ประเภทของภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ “ราคาสินค้า”
ในระบบจะมีให้เลือก 3 แบบ:
- รวม VAT แล้ว
- VAT 0%
- ไม่มี VAT
กรณีเลือก “รวม VAT แล้ว”
หมายความว่า ราคาที่แสดงในออเดอร์ เป็นราคาที่รวม VAT 7% อยู่แล้ว
ตัวอย่าง
หากราคาสินค้าใน XSelly = 100 บาท/หน่วย (รวม VAT แล้ว)
เมื่อส่งไปสร้างเอกสารที่ PEAK ระบบจะคำนวณเป็น:
- ราคา/หน่วย (ก่อน VAT) = 93.46 บาท
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = 6.54 บาท
- รวมสุทธิ = 100 บาท
สูตรที่ใช้คำนวณคือ
ราคาก่อน VAT = ราคาที่รวมแล้ว ÷ 1.07

2. ค่าจัดส่ง
สามารถเลือกประเภท VAT ได้เช่นเดียวกับราคาสินค้า:
- รวม VAT แล้ว
- VAT 0%
- ไม่มี VAT
กรณีเลือก “รวม VAT แล้ว”
หากค่าจัดส่งใน XSelly = 50 บาท (รวม VAT แล้ว)
เมื่อส่งไป PEAK จะถูกแยกเป็น:
- ค่าจัดส่งก่อน VAT = 46.73 บาท
- VAT 7% = 3.27 บาท
- รวม = 50 บาท
⚠️ สำคัญมาก
ถ้าร้านจด VAT ปกติ ค่าจัดส่งส่วนใหญ่ต้องคิด VAT ด้วย
อย่าตั้งเป็น “ไม่มี VAT” โดยไม่ตั้งใจ

3. ค่าอื่นๆ
เช่น:
- ค่าธรรมเนียมเก็บเงินปลายทาง
- ค่าบริการพิเศษ
- ค่าห่อของขวัญ
ก็เลือกประเภท VAT ได้เหมือนกัน
กรณีเลือก “รวม VAT แล้ว”
ถ้า “ค่าอื่นๆ” = 50 บาท (รวม VAT แล้ว)
เมื่อส่งไป PEAK:
- ยอดก่อน VAT = 46.73 บาท
- VAT 7% = 3.27 บาท
- รวม = 50 บาท
ð หลักคิดเหมือนกับค่าสินค้าและค่าจัดส่ง

4. ส่วนลดท้ายบิล
“ส่วนลดท้ายบิล” คือ ส่วนลดที่หักจากยอดรวมทั้งออเดอร์
ระบบจะนำค่าตั้งค่านี้ไปใช้ เฉพาะกรณีที่ประเภท VAT ของ
- ราคาสินค้า
- ค่าจัดส่ง
- ค่าอื่นๆ
❌ ไม่ตรงกัน
ถ้า VAT ของทั้ง 3 ส่วน “ตรงกัน”
ระบบจะส่งไป PEAK เป็น
“มูลค่าส่วนลดรวม” ตามปกติ
ถ้า VAT ไม่ตรงกัน
ระบบจะใช้ค่าตั้งค่าส่วนลดท้ายบิล
เพื่อให้เอกสารถูกต้องทางบัญชี
⚠️ แนะนำ
ถ้าเป็นไปได้ ควรตั้งประเภท VAT ให้ตรงกันทั้งระบบ จะได้ไม่ซับซ้อน

5. รหัสบัญชีสำหรับยอดปัดเศษ
บางออเดอร์อาจมี “ยอดปัดเศษ” เช่น 0.01 หรือ 0.02 บาท
ต้องกำหนด:
รหัสบัญชีที่มีอยู่แล้วในผังบัญชีของ PEAK
เพื่อให้ระบบสามารถสร้างเอกสารได้สมบูรณ์
ตัวอย่าง:
- บัญชีรายได้อื่น
- บัญชีส่วนต่างปัดเศษ
⚠️ ต้องเป็นรหัสที่สร้างไว้ใน PEAK แล้วเท่านั้น
